เครื่องมือและอุปกรณ์ในคาร์แคร์ 

อุปกรณ์คาร์แคร์

เครื่องมือและอุปกรณ์ที่สำคัญ

1.เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง


หัวใจหลักของอุปกรณ์ที่ใช้ในร้านคาร์แคร์ ก่อนที่จะซื้อควรจะพิจารณาให้ดีก่อนว่า ร้านคาร์แคร์ที่เราจะเปิด ตั้งเป้าล้างรถไว้วันละกี่คัน/วัน หากตั้งไว้วันละไม่เกิน 10-15 คัน ก็ใช้เครื่องฉีดน้ำขนาด 3 แรงม้า ก็เพียงพอแล้ว หากแต่ว่าที่ร้านตั้งเป้าไว้มากกว่า 15 คันขึ้นไป ก็ควรจะพิจารณาเครื่องฉีดน้ำที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ตั้งแต่ 5 แรงม้า จนถึง 10 แรงม้า 



แต่สิ่งที่สำคัญอีกส่วนนึงก็คือเรื่องของไฟฟ้า ทางร้านควรเช็คให้ดีก่อนว่า ที่ร้านใช้ไฟได้แบบไหน เพราะมอเตอร์สำหรับเครื่องฉีดน้ำมีอยุ่ 2 แบบ คือ ไฟ 220 โวล์ท (ไฟบ้าน 2 สาย) และ ไฟ 380 โวล์ท (ไฟโรงงาน 3 สาย)

แนะนำง่ายๆว่า สำหรับเครื่องฉีดน้ำฯ ขนาด 3 แรงม้ายังเป็นขนาดที่ใช้ได้ทั้งไฟ 220 และ 380 อยู่ แต่สำหรับขนาด 5 แรงม้าขึ้นไปควรจะเป็นไฟ 380 โวล์ท แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงขนาด 5 แรงม้า ก็สามารถใช้ไฟ 220 โวล์ทได้ เพียงแต่ราคาจะสูงกว่า 380 โวล์ทเท่านั้นเอง และที่สำคัญ มอเตอร์ 380 โวล์ทถูกกว่า อีกทั้งค่าไฟยังถูกลงอีกด้วย

*** หากสนใจเรื่องการขอไฟ 380 โวล์ท ลองเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ ***
หลักเกณฑ์การขอใช้ไฟใหม่,มิเตอร์ชั่วคราว,เพิ่มขนาด,โอนเปลี่ยนชื่อ

ส่วนเรื่องของแรงดันซึ่งดูเหมือนจะจำเป็น ซึ่งแรงดันก็มีให้เลือกใช้ตั้งแต่ 100 - 200 บาร์ (สำหรับงานคาร์แคร์) แต่สุดท้าย แรงดันที่แนะนำสำหรับการใช้งานในร้านคาร์แคร์ก็คือประมาณ 100-130 บาร์ เพราะถ้าแรงดันสูงกว่านี้ และใช้ผิดประเภท อาจจะเกิดความเสียหายต่อรถลูกค้าได้ 

2.ปั๊มลม

อุปกรณ์อีกสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง ใช้สำหรับเป่าลมทำความสะอาด และ ต่อเข้ากับถังฉีดโฟม ในบางที่ใช้ในงานขัดเคลือบสีอีกด้วย



ปั๊มลม ก็มีให้เลือกใช้หลายขนาด ขนาดเล็กสุดที่แนะนำคือ 2 แรงม้า (สำหรับร้านที่ต้องการประหยัดงบ) แต่ถ้าให้เหมาะสมและใช้งานกันยาวๆเลยควรจะเป็นขนาด 3 แรงม้า ซึ่งเป็นขนาดเริ่มต้นสำหรับร้านคาร์แคร์เลยก็ว่าได้
ส่วนไฟฟ้าที่เลือกใช้ ก็ใช้หลักการเดียวกันกับในส่วนของเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงได้เลยครับ

3.เครื่องดูดฝุ่น-ดูดน้ำ

เครื่องดูดฝุ่นที่ใช้สำหรับร้านคาร์แคร์ จะไม่เหมือนกับเครื่องดูดฝุ่นที่เราใช้กันตามบ้าน เพราะว่าการใช้งานสำหรับร้านคาร์แคร์จะหนักกว่าการใช้งานที่บ้านครับ ส่วนหลักการในการเลือกเครื่องดูดฝุ่นมีดังนี้

1.ขนาดถังบรรจุเพียงพอต่อการใช้งานในต่อวันหรือไม่ 
2.ตัวถังมีความแข็งแรงทนทานในการใช้งานแบบหนักได้หรือไม่
3.สามารถดูดน้ำได้หรือเปล่า
4.สายดูดควรมีความยาวอย่างน้อย 3 เมตร โดยไม่สามารถลากสายดูดได้ทั่ว โดยไม่ต้องเคลื่อนย้ายเครื่องบ่อยครั้ง
5.มีล้อที่สามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวก
6.มอเตอร์ควรจะมีมากกว่า 1 ตัว เพื่อแรงดูดที่ดีขึ้น และ เผื่อมอเตอร์เสีย 1 ตัวจะยังมีสำรองได้อีก 1 ตัว
เหล่านี้เป็นคุณสมบัติของเครื่องดูดฝุ่น ที่ควรนำมาใช้ในธุรกิจคาร์แคร์โดยเฉพาะ ซึ่งจะแตกต่างจากเครื่องดูดฝุ่นใช้ภายในบ้านโดยสิ้นเชิง ดังนั้นควรพิจารณาให้ดีก่อนสั่งซื้อนะครับ

4.ถังฉีดโฟม

สำหรับร้านคาร์แคร์ในปัจจุบัน คงหนีไม่พ้นที่จะต้องใช้ถังฉีดโฟมในการล้างรถ เพราะสะดวกและประหยัดกว่าการใช้น้ำยาล้างรถเหมือนสมัยก่อน



สิ่งที่ควรคำนึงถึงในการเลือกใช้ถังฉีดโฟมก็คือเรื่องของวัสดุของถัง ควรจะเป็นถังสแตนเลส มีให้เลือกกันหลายขนาด สำหรับขนาดทีใช้กันโดยทั่วไปคือ 65-70 ลิตร และที่สำคัญอย่าเลือกซื้อถังฉีดโฟมจากราคาเป็นหลัก เพราะควจจะดูถึงคุณภาพ เรื่องของรอยเชื่อมและวัสดุด้วย เพราะรายละเอียดเหล่านี้มีผลในเรื่องของราคา และ ความทนทานในการใช้งานในอนาคตครับ